ตั้งใจว่าจะตื่นซัก 7 โมง เพื่อเตรียมตัวไปอ. พิมาย
ตามคำแนะนำของพี่หมู แต่พอเอาเข้าจริงๆ
ตื่นขึ้นมาตอน 9 โมงเช้า เป็นแบบนี้ประจำแหละ ฝ้ายกับบิวเนี่ย
รีบอาบน้ำ แต่งตัว เก็บกระเป๋า เช็คเอาท์ ออกจากโรงแรม 10 โมง
พร้อมแล้ว สำหรับวันที่สอง

ทริปวันนี้ พี่หมูแนะนำให้ไปเที่ยวปราสาทหินพิมาย ต้องขับรถไปประมาณร้อยกว่าโล
และก้อแวะทานผัดหมี่โคราช สูตรพิมายที่ไทรงาม ห้ามพลาดเด็ดขาด
แล้วย้อนกลับมาโคราช มุ่งหน้าสู่เขาใหญ่ พี่หมูจองที่พักไว้ให้บนอุทธยานฯ
อาหารเช้า ทานในรถ

มาถึงโคราชทั้งที ก้อต้องไปสักการะท้าวสุรนารี หรือย่าโม
ฝ้ายเอง ถือโอกาส ขอเรื่องเรียนกับท่านไว้ด้วย

แวะสักการะ และซื้อของฝากแถวนั้นเสร็จเรียบร้อย
ก้อรีบบึ่งรถไปอ. พิมายทันที
นั่งคุยกันไป สนุกสนานมีความสุข
....
ได้ไม่นาน
....
เถียงกันไปมา จนงอนกันไป ไม่พูดกันอีกเลย
ไปถึงปราสาทหินพิมายเกือบเที่ยง อากาศร้อนสุดๆ
เมนส์ก้อมา บวกกับขี้เกียจเดินตากแดด
ฝ้ายก้อเลยใช้โอกาสนี้งอนต่อ เป็นข้ออ้างไม่ลงจากรถ
บิวเลยลงไปเดินดูคนเดียว

ถือกล้องไปดูคนเดียว ถ่ายคนเดียว



กว่าบิวจะดูเสร็จ ออกมาก้อเกือบ่ายโมง
ทำความตกลง เคลียร์กันเรียบร้อย หายงอนล่ะ
บิวก้อพาไปทานผัดหมี่อร่อยๆ ตามคำล่ำรือ ที่ไทรงาม
ได้ทานส้มตำโคราชซะที อร๊อย อร่อย อย่าบอกใคร


มีลาบหมูอีกจาน แต่แบตหมดซะก่อน วันนี้เลยได้รูปแค่นี้


ทานเสร็จ ขับรถกลับมาถึงตัวเมืองประมาณ 4 โมงเย็น
แวะบ้านพี่หมู ซื้อผัดหมี่มาฝากที่บ้านพี่หมู
เสร็จแล้วก้อขับรถตามพี่หมูไปเขาใหญ่
แวะปั้มปากทางขึ้น พี่หมูจอดรถทิ้งไว้
เพื่อมารถบิวคันเดียว
ถึงเขาใหญ่เกือบหกโมงเย็น
ขึ้นไปบนอุทธยานเลย น่าตกใจมาก
อากาศเย็น อย่างไม่น่าเชื่อ (คิดในใจ ตายแน่ๆ ต้องถอนคำพูด แล้วขอยืมเสื้อหนาวบิว)
พี่หมูแนะนำให้รู้จักพี่โอ เจ้าหน้าที่อุทธยานที่จองบ้านพักให้
พี่โอน่ารัก นิสัยดี และเป็นคนที่มีที่มาที่ไปน่าสนใจมาก เด่วค่อยเขียนวันถัดไป
ขับรถไปบ้านพัก ตื่นเต้นมาก เพราะมีกวางสองตัว กำลังเล็มหญ้าอยู่ใกล้ๆ
พอเก็บกระเป๋าเสร็จเรียบร้อย ก้อรีบลงจากเขาใหญ่ไปส่งพี่หมู เพราะต้องกลับขึ้นมาก่อนสามทุ่ม
พี่หมูพาไปทานข้าวที่ร้าน "ครัวเขาใหญ่"
อาหารอร่อยอีกแล้ว พี่หมูแนะนำให้รู้จักเจ้าของร้าน ก้อได้นั่งคุยกัน
ได้ฟังความคิดดีดี ได้แง่คิดอีกแล้ว
เกี่ยวกับการใช้ชีวิต
ยิ่งฟัง ยิ่งอยากมาซื้อที่ที่เขาใหญ่ซะจริงๆ พี่หมูก้อยุบิว ให้ซื้อเลย
เฮ้อ อยากนะเนี่ย แต่ไม่สามารถอ่ะตอนนี้ อิอิ

ทานข้าวเสร็จ ส่งพี่หมูเสร็จ ก้อรีบบึ่งขึ้นเขาใหญ่
เฉียดฉิว ถึงหน้าด่านเกือบสามทุ่ม
สองข้างทางก้อเป็นป่าเขา ขับขึ้นไปเรื่อยๆ
มีชะมดวิ่งตัดหน้า 1 ตัว
จริงๆ ฝ้ายใจไม่ค่อยดีหรอก บวกกับเป็นคนขี้กลัว ขี้กังวลด้วย
สามทุ่มเนี่ย ไม่มีรถวิ่งเป็นเพื่อนเลย ทางก้อคดเคี้ยวขึ้นเขา ขับเร็วไม่ได้
ถ้าเจอช้างจะทำยังงัย เคยเจอมาครั้งนึง ไปกับบิวกับที่บ้านเนี่ยแหละ โหย ลุ้นกันแทบตาย
แต่ตอนนี้อยู่กับบิวแค่สองคน มันไม่มีเพื่อนอ่ะ
แล้วยิ่งขับก้อช้า นอกจากสัตว์ป่าแล้ว กลัวอย่างอื่นด้วย เพราะมันมืด ฮ่าฮ่า
ก้อนั่งจับมือ คืออะไรสนุกๆ ไปเรื่อยๆ ขำๆ ไปตลอดทางให้ลืมความกลัว
จนถึงตัวอุทธยาน ดีใจม๊าก ถึงซะที ก้อขับเลยไปที่พัก
เอ๊ะทำไม มันไม่ถึงทางเข้าซักที
ขับเลยไปจนกระทั่ง รู้ตัวล่ะ ว่าขับเลยแน่ๆ
ต้องกลับรถ ตอนนั้นไม่คุยกันล่ะ คือเริ่มเครียดกันทั้งคู่ แต่บิวก้อยังคุมอารมณ์ ใจเย็น
กลับรถ ย้อนกลับขึ้นไปใหม่ ก้อเจอทางเข้าบ้านพัก เรื่องของเรื่องคือจำทางไม่ได้
เฮ้อ โล่งอก
ขับมาใกล้ๆ เจ้ากวางสองตัว ย้ายมาเล็มหญ้าใกล้บ้านพักมากขึ้น ทำให้ยิ้มได้บ้าง
อากาศเย็นสุดๆ เลย
แทบไม่อยากจะเปิดพัดลมด้วยซ้ำ
ทีวีไม่มี พออาบน้ำเสร็จ ก้อเปิดโน้ตบุ๊กฟังเพลง
บิวเอาอัลบั้มรูป กับของระหว่างเราสองคนมานั่งดู
เตรียมใช้ในงานแต่งงาน และก้อแต่งบ้าน
เพลินๆ ไปจนหลับ

อยากให้ผ่านคืนนี้ไปเร็วๆ
เพราะนอนไม่ค่อยหลับ กลัว นอนกลางป่า แม้บ้านพักจะมิดชิด สะอาด เรียบร้อย
แต่อารมณ์มันก้อกลัวอ่ะ กลัวกุ๊ก กุ๊ก กู๋ ที่สุดเลย
ดั๊น รู้สึกตัวตื่นมาตอนตีสี่ แต่ไม่กล้ากระดุกกระดิก
แทบจะนอนคุมโปง ดีว่าหนาว
ส่วนบิว หลับไม่รู้เรื่องรู้ราว